SVT ยกระดับธุรกิจด้วย AI สู่ Smart Retail ที่ทันสมัย สร้างการเติบโตแข็งแกร่ง
นายพิศณุ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ภายใต้แบรนด์ SUN Vending เปิดเผยถึงแผนสร้างการเติบโต ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ในงาน "นักวิเคราะห์ นักลงทุน พบกลุ่มสหพัฒน์" ครั้งที่ 15 ปี 2569 ว่า SVT กำลังเดินหน้ากลยุทธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และ Big Data เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Smart Retail จากเมื่อก่อนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติไม่สามารถส่งข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ได้ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นตู้ระบบออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจแม่นยำและทันสมัยขึ้น สะท้อนความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกอัตโนมัติในประเทศไทย
ทั้งนี้ AI ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจ เนื่องจากบริษัทมีข้อมูลธุรกรรมมากกว่า 50 ล้านรายการต่อเดือน มีความซับซ้อนเกินกว่าที่แรงงานคนจะสามารถวิเคราะห์ได้อย่างครอบคลุม AI จึงเปรียบเสมือน “แสงสว่างปลายอุโมงค์” ที่เข้ามายกระดับการดำเนินงาน ตั้งแต่การวางแผนเติมสินค้า การเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการดูแลรักษาตู้ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การใช้ AI ในการวางแผนเติมสินค้า ช่วยให้พนักงาน 1 คนเติมสินค้าได้เพิ่มขึ้นจาก 13 จุด เป็น 15 จุดต่อวัน เพิ่มประสิทธิภาพกว่า 15% นอกจากนี้ AI ยังช่วยวิเคราะห์ว่าสินค้าใดควรวางในตู้ไหนเพื่อเพิ่มโอกาสการขาย พร้อมตรวจสอบอุณหภูมิและความผิดปกติของตู้ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าขาดหรือตู้ไม่เย็น
นายพิศณุ กล่าวเพิ่มเติม ว่า ปัจจุบันบริษัทมีตู้จำหน่ายสินค้าเกือบ 20,000 ตู้ ครอบคลุมกว่า 5,000 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยหลังจากการ IPO ในปี 2564 บริษัทได้เปลี่ยนตู้ธรรมดาให้เป็นตู้ระบบออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ข้อมูลธุรกรรมกว่า 50 ล้านรายการต่อเดือน สามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างละเอียด เพื่อให้บริษัทเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ที่ติดตั้งตู้ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขายและหนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกอัตโนมัติในประเทศไทยอย่างแท้จริง
“เทคโนโลยี AI ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังทำให้การทำงานของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการจัดการสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการตอบสนองลูกค้า อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริษัทปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างยั่งยืน” นายพิศณุ กล่าว



